เสียวหลังร้านซักรีดที่สี่แยกไฟแดง เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นในรถกระจกติดฟิล์มมืดสนิท

เรื่องเสียว เสียวหลังร้านซักรีดที่สี่แยกไฟแดง เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นในรถกระจกติดฟิล์มมืดสนิท

อ่านให้ฟัง
03:26

ผมรู้จักกับแพรวตอนที่เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ห้องเช่าข้างๆ กัน แพรวเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผิวขาวราวกับปั้นจากแป้ง มีผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มที่มักมัดเป็นหางม้าเวลาออกไปทำงานตอนเช้า ใบหน้าเธอเรียวเล็ก คิ้วหนาเป็นธรรมชาติ ตาคมราวกับมีไฟซ่อนอยู่ข้างใน แต่ที่สะดุดตาผมที่สุดคือริมฝีปากล่างที่อวบอิ่มเหมือนเชิญชวนให้จูบตลอดเวลา ตอนนั้นผมอายุยี่สิบหก ทำงานเป็นช่างเทคนิคในบริษัทติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด เงินเดือนพอใช้ แต่ชีวิตมันจืดชืดเหมือนข้าวต้มเย็นชามเดิมทุกวัน หลังเลิกงานผมมักกลับห้องมาเปิดเบียร์ ดูทีวี แล้วก็นอน สลับกับบางวันที่ลงไปนั่งร้านซักรีดใต้ตึกพลางสูบบุหรี่เงียบๆ รอเครื่องซักผ้าทำงานของมัน วันแรกที่เห็นแพรว เธอถือถุงผ้าใบเล็กใส่เสื้อผ้าเดินลงมาที่ร้านซักรีดตรงข้ามตึก เธอใส่กางเกงขาสั้นเนื้อบางเฉียบกับเสื้อกล้ามสีขาว มองเห็นเนินอกนุ่มที่ยื่นออกมาอย่างมีชีวิต ทุกย่างก้าวของเธอเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ผมเผลอมองตามโดยไม่รู้ตัว ตอนที่เธอก้มลงหยอดเหรียญ ผมเห็นขอบกางเกงชั้นในสีชมพูโผล่ขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจผมเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนเสียงมันดังแข่งกับเครื่องอบผ้า เราสบตากันครั้งแรกตอนเธอเงยหน้าขึ้น เธอยิ้มให้ แค่ยิ้มบางๆ แต่โลกทั้งใบของผมเหมือนหยุดหมุน ผมจำได้ว่าตัวเองพยักหน้าแบบงุ่มง่ามราวกับเด็กมัธยมที่โดนรุ่นพี่สาวทัก จากนั้นมา ผมก็แกล้งทำเป็นมีผ้าไปซักบ่อยขึ้น ทั้งที่จริงแล้วแค่อยากเจอเธอ แพรวเป็นคนคุยง่าย หัวเราะเก่ง เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างรอเครื่องซักผ้า เธอทำงานเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทส่งออกแถวสีลม กลับห้องค่ำทุกวันเพราะต้องปิดงบ ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าแอบชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เห็นเธอก้มลงหยิบผ้าเปียกจากเครื่องซักผ้า ทรวดทรงของเธอมันชวนให้สมองผมแล่นไปไกลเกินกว่าที่ควร อกเธอไม่ใหญ่มาก แต่เต่งตึงเป็นรูปถ้วยชามสวย ก้นของเธอกลมกลึงพอดีมือ ผิวขาวเนียนละเอียดจนบางทีผมอยากรู้ว่ามันนุ่มแค่ไหนถ้าได้สัมผัสจริง และแล้วโอกาสก็มาถึง คืนหนึ่งฝนตกหนักมาก แพรวกลับจากที่ทำงานพร้อมร่มคันเล็กที่เอาไม่อยู่ เสื้อเชิ้ตแขนยาวของเธอเปียกชุ่ม แนบติดกับผิวจนเห็นโครงร่างบราเซียสีเนื้อชัดเจน ผมยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อพอดี เลยถอดเสื้อกันหนาวตัวนอกให้เธอคลุม เธอมองผมด้วยแววตาที่อ่อนลง แล้วพูดขอบคุณเสียงเบา ระหว่างทางกลับห้อง เธอชวนผมแวะกินข้าวต้มร้านปากซอย นั่งคุยกันจนดึก ผมได้รู้ว่าเธอเพิ่งเลิกกับแฟนเก่าที่คบกันมาเกือบสี่ปี เจ็บปวดพอสมควร น้ำเสียงเธอสั่นเล็กน้อยตอนเล่า ทำให้หัวใจผมบีบแน่นอย่างบอกไม่ถูก สัปดาห์ต่อมา ความสัมพันธ์ของเราใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว บางคืนเธอมาหาผมที่ห้องเพื่อดูซีรีส์เกาหลีด้วยกัน เรานั่งบนโซฟาตัวเล็ก หัวไหล่สัมผัสกันบ้างเป็นครั้งคราว ผมได้กลิ่นแชมพูหอมอ่อนจากเส้นผมของเธอ กลิ่นมันติดจมูกจนผมแอบอมยิ้มคนเดียวในที่ทำงาน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในคืนที่เครื่องปรับอากาศในห้องแพรวเสีย เธอทักมาถามว่าผมพอช่วยดูให้ได้ไหม ผมรีบคว้ากระเป๋าเครื่องมือขึ้นไปบนห้องเธอทันที แพรวเปิดประตูรับในสภาพใส่ชุดนอนสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อน ผมเธอมัดหลวมๆ หน้าอกอวบอิ่มยื่นท้าทายอยู่ใต้ผ้าบางแทบจะทะลุ เธอตัวเล็กกว่าเดิมเมื่อมองใกล้ๆ เอวเล็กจนน่าเอามือโอบดู ตอนที่ผมนั่งบนเก้าอี้เพื่อเช็กคอยล์แอร์ แพรวยืนข้างล่างส่งไฟฉายให้ ระยะห่างระหว่างเราน้อยมากจนเกือบแตะกัน เธอก้มลงมองหน้ากากแอร์ที่ผมเปิดออก เสื้อสายเดี่ยวหย่อนลงมา ผมเหลือบเห็นร่องอกขาวผ่องลึกเย้ายวนจนหายใจติดขัด จู่ๆ แพรวก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาๆ ว่า “พี่คะ หนูว่าแอร์มันไม่ค่อยเย็นเลยช่วงนี้” แล้วเธอก็ยิ้มแบบมีเลศนัย ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ สบตากันนิ่งอยู่หลายวินาที ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาใกล้จนตัวเราสัมผัสกัน ผมไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน รู้ตัวอีกทีริมฝีปากเราก็ประกบกัน แพรวจูบเก่งมาก ลิ้นเธออุ่นลื่นและหวาน มือเล็กของเธอลูบขึ้นมาที่หน้าอกผม สัมผัสแผ่วเบาแต่ก็ปลุกความเงี่ยนที่คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลาให้ปะทุขึ้นทันที เราหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ระหว่างจูบ มือผมเริ่มเลื่อนไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอใต้ชุดนอน ผิวเนียนร้อนผ่าวราวกับกำลังมีไข้ นิ้วผมไต่ขึ้นไปปลดตะขอเสื้อด้านหลัง พอสายเดี่ยวหลุดลง อกทั้งสองข้างก็เผยให้เห็น ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นหัวนมสีชมพูเล็กๆ แข็งเป็นไตท่ามกลางเนื้อรอบที่เนียนนุ่ม “พี่อยากได้หนูไหม” แพรวกระซิบ เสียงสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยความต้องการ เธอเงยหน้ามองผมด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม ริมฝีปากบวมแดงจากการจูบ คล้ายคนเมารัก ผมตอบด้วยการดันตัวเธอลงนอนกับเตียงนุ่มๆ ปลายเตียงมีหมอนอิงสีขาวสองใบ เธอแอ่นอกขึ้นรับมือผมโดยอัตโนมัติ ผมก้มลงซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นแล้วเลื่อนต่ำลงมาช้าๆ จนถึงปลายอก ก่อนจะดูดเม้มหัวนมของเธออย่างหิวกระหาย แพรวครางเสียงเบา โยกสะโพกถูกับขาผมไปมา มือผมล้วงลงไปในกางเกงนอนของเธอ พบว่าที่นั่นเปียกแฉะจนเนื้อผ้าเหนียวหนึบ นิ้วกลางสอดแทรกเข้าไปง่ายดายตามแรงชื้น แพรวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนิ้วผมดันถึงจุดอ่อนไหวด้านใน เธอปล่อยเสียงหวานแหลมออกมาจากลำคอ สะโพกกลมเริ่มขยับสวนนิ้วมือเร้าจังหวะเร็วขึ้น “เสียว… เสียวมากเลยพี่” เธอพึมพำ ดิ้นพล่านเมื่อผมงอนิ้วกวาดไปทั่วผนังอุ่นชื้นด้านใน เธอจิกหัวไหล่ผมแน่น ริมฝีปากสั่นระริกขณะถูกปลุกเร้าจนขาเกร็ง ผมรั้งกางเกงนอนและชั้นในของเธอออกจนหมด เห็นหีสวยเนียนสีชมพูระเรื่อ กลีบอวบโหนกนูนเหมือนอิ่มเอิบด้วยน้ำรักที่เอ่อล้นออกมา ผมถ่างขาเธอออกกว้างขึ้น มองเห็นรูเล็กสีสดที่ขมิบถี่อย่างรอคอย ตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงเอี๊ยดจากประตูห้องข้างๆ มันเป็นห้องของมีน รุ่นน้องสาวที่ผมรู้จักจากการซักผ้าเหมือนกัน มีนเป็นหญิงอีกรูปแบบหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดี ดวงตาเรียวยาวมีเสน่ห์สไตล์ลูกครึ่งใต้ อกชิดแน่นเล็กแต่ก้นเด่นเป็นพิเศษ เธอแอบชอบผมมานานและเคยส่งสายตาให้หลายครั้งแต่ผมไม่เคยตอบรับ ประตูห้องมีนเปิดออกเล็กน้อย แสงจากระเบียงทำให้เงาหน้าของเธอชัดขึ้น เธอมองมาทางหน้าต่างห้องแพรวผ่านม่านบางที่ไม่ได้ปิดสนิท ผมรู้ทันทีว่าเธอเห็นทุกอย่าง หัวใจผมเต้นแรงทั้งจากความเงี่ยนตรงหน้าและความตื่นเต้นที่ถูกแอบมอง แทนที่จะหยุด ผมกลับดันนิ้วทั้งสองเข้าไปในหีแพรวแรงขึ้นจนเธอกรีดเสียงแหลม ผมก้มลงเลียกลีบหีของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย สลับกับการดูดที่เม็ดเล็กแข็งตรงยอด จนแพรวบีบหัวผมแน่น “พี่… แพรวจะแตกแล้ว” เธอครางขาดห้วง น้ำรักไหลเยิ้มออกมามากจนเปียกทั่วปากผม ผมเร่งลิ้นเร็วขึ้นอีกจนเธอเกร็งตัวค้าง แล้วปล่อยเสียงกรีดร้องระบายอารมณ์สุดขีดออกมา ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่าง เห็นมีนยังยืนอยู่ เธอกำขอบประตูแน่น ใบหน้าแดงก่ำ สายตาจ้องมาที่เรานิ่งๆ ผมยิ้มบางๆ ให้เธอ แล้วถอดเสื้อและกางเกงของตัวเองออกจนหมด แพรวเห็นควยผมยาวใหญ่แข็งตึงตั้งขึ้นฟ้า เธอตาโตขึ้นเล็กน้อยแล้วเลียริมฝีปากอย่างต้องการ ผมมาจัดการต่อทันที ท่ามกลางแสงนีออนร้านซักรีดที่เล็ดลอดเข้ามา ผมดันหัวควยสีแดงเข้มถูกับกลีบหีที่โป่งช้ำของแพรวช้าๆ หลายครั้งจนเธองอสะโพกตามอารมณ์ “ใส่เลยพี่ แพรวต้องการมาก ใส่ทั้งอันเลย” เธอละเมอเหมือนขาดสติ ผมกระแทกเข้าไปสุดแรงหนึ่งที รู้สึกถึงความแน่นและอุ่นจัดที่รัดรึงราวกับปากอุ่นดูดกลืน แพรวแอ่นหลังโก่งขึ้นสุด พลางร้องออกมาดังลั่น ผมถอนออกเกือบทั้งหมด แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่แรงกว่าเดิม สะโพกกระแทกเป็นจังหวะถี่จนหัวเตียงขยับ “หีหนูแน่นจัง เย็ดทีจะแตกแล้ว” ผมคำรามเสียงพร่าในลำคอ มือบีบก้นเธอเต็มแรงจนเนื้อนุ่มทะลักลอดซอกนิ้ว แพรวครางตอบอย่างไม่เป็นภาษา น้ำหีกระเซ็นเปียกโคนขาทั้งสองเรา ทุกครั้งที่เสียบสุดเธอจะสั่นน้อยๆ ผมพลิกตัวเธอเป็นท่าหมา ก้มมองเห็นแผ่นหลังขาวเนียนกับเอวคอดที่แอ่นลงสวยราวกับภาพวาด รูหีเปิดกว้างมีน้ำเยิ้มไหลย้อนลงมาที่หว่างขา ผมจับสะโพกแล้วสอดใส่ใหม่จากด้านหลัง กระแทกแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบดังเผียะๆ ไปทั่วห้อง หน้าต่างบานม่านยังเปิดอยู่ มีนขยับตัวอยู่ตรงนั้น ผมเห็นเธอเลื่อนมือเข้าไปในขอบกางเกงขาสั้นของตัวเอง เธอกำลังทำปล่อยอารมณ์ตามจังหวะเดียวกับเรา ภาพตรงหน้าชวนให้ผมยิ่งเร่งความแรง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพราะกลัวจะแตกเร็วเกินไป “พี่… แพรวไม่ไหวแล้ว แรงอีกนิดเดียว” เธอหอบราวกับขาดออกซิเจน สะโพกดิ้นสวน สุดท้ายก็เกร็งตัวค้างปล่อยออกมาอีกรอบบนเตียงที่เปียกชุ่ม ผมรู้สึกว่าช่องในตัวเธอบีบรัดถี่จนทนไม่ได้ ต้องรีบถอนออกแล้วชักรวดเร็วสองสามที ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นพุ่งใส่แผ่นหลังและก้นงามของเธอเต็มพื้นที่ มันข้นเหนียวไหลหยดลงตามร่องก้นน่าดู เรานอนหอบแน่นิ่งอยู่พักใหญ่ ผมกอดแพรวไว้ในอ้อมแขน เธอซบลงบนอกผมนิ่งๆ เหมือนเด็กอ่อน ผ่านไปสักพักเธอก็ผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อย ผมลุกขึ้นเบาๆ เดินไปที่ระเบียงมองออกไป เห็นเงามีบนั่งพิงประตูอยู่เช่นกัน ใบหน้าแดงก่ำ ตาสบกันนิ่ง รุ่งเช้า ชีวิตของผมเหมือนถูกดึงเข้าไปในวังวนที่ซับซ้อนมากขึ้น แพรวเริ่มค้างค้างที่ห้องผมเกือบทุกวัน เรามีอะไรกันราวกับหิวกันมานานหลายปี บางคืนเธอชวนเล่นบทต่างๆ ทั้งในห้องครัว บนระเบียงหลังผ้าม่านบางๆ ทุกครั้งเสียวซ่านจนลืมเวลา แต่ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน ผมก็มักรู้สึกถึงสายตาของมีนจากห้องตรงข้าม เธอเฝ้ามองเราผ่านม่านทุกคืนอย่างไม่ปิดบัง บางครั้งก็แกล้งเปิดหน้าต่างให้เห็นเงาชัดว่าเธอกำลังนั่งแยกขาเล่นกับตัวเองตามจังหวะของเรา ผมรู้สึกสับสนระหว่างแรงดึงดูดที่คุ้นเคยกับความเร้าใจที่มาใหม่ จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อมีนทักผมหลังเลิกงานวันศุกร์ เธอใส่เดรสสั้นรัดรูปสีดำ ผมปล่อยสยาย แซคสีแดงสดที่ทำให้ริมฝีปากอิ่มดูใหญ่ขึ้นทันที เธอชวนผมไปดื่มฉลองวันเกิดเพื่อนสนิทของเธอที่ร้านแถวทองหล่อ ด้วยความที่อยากผ่อนคลายและไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ผมจึงไป ในร้านอาหารกึ่งผับ แสงสลัวดนตรีเบาๆ มีนขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่สัมผัส เธอวางมือบนต้นขาผมช้าๆ แล้วบีบเบาๆ “พี่รู้ไหม หนูเห็นทุกอย่างจากห้องหนู” เธอพูดตรงๆ โดยไม่เขินสักนิด สายตาคมจ้องราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อ ผมถอนหายใจยาว “มีน… มันไม่ถูกหรอก” “แล้วพี่คิดว่า แอบเย็ดกันในห้องแบบนั้น มันถูกแล้วเหรอ” เธอสวนกลับพลางยิ้มมุมปาก มือเลื่อนลูบขึ้นสูงตามต้นขาผมใต้โต๊ะจนปลายนิ้วแตะเป้ากางเกง ผมรู้สึกเจ็บหนึบจากความแข็งตัวทันที “พี่ไม่ต้องเลือกแค่คนเดียวก็ได้ แค่ค่ำคืนนี้” เธอกระซิบข้างหู กัดใบหูผมแผ่วเบา อารมณ์ที่เก็บกดจากภาพที่เห็นทุกคืนรวมกับความต้องการตรงหน้าทำให้ตรรกะทุกอย่างพังทลาย หลังร้านอาหาร เรามีกันในรถใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลานจอดรถมืดๆ มีนร้อนแรงกว่าแพรวหลายเท่า เธอคร่อมตักผม เดรสถูกรั้งขึ้นถึงเอว ผมแทบไม่ต้องทำอะไร เธอจัดการปลดเข็มขัดและกางเกงให้อย่างรวดเร็ว ควยใหญ่ถูกปลดปล่อยตบเข้ากับพุงแกร่งของผมก่อนที่เธอจะจับมันถูกับหีที่มีขนเล็มเป็นทรงสวย เธอครางยาวเมื่อหัวควยเสียดสีกับเม็ดบวมแข็งของตัวเอง “พี่อยากได้หนูไหม” เธอถามซ้ำเหมือนสิ่งที่แพรวเคยถาม ผมดันสะโพกขึ้นสอดหัวควยเข้าไปครึ่งหนึ่ง มีนแอ่นหลังพร้อมปล่อยเสียงครวญพอใจ เธอขยับเอวหมุนคลึงให้หัวควยบดกับจุดลึกในหีแล้วจึงค่อยๆ กดตัวลงจนมิด ผมเสียวจนขาเกร็งเพราะภายในเธอร้อนวูบวาบและรัดแน่นกว่าใคร เธอขย่มแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังมือบีบหน้าอกผมแน่น ผมจับเอวกิ่วของเธอกระแทกสวนขึ้นเต็มแรงจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นในรถกระจกติดฟิล์มมืดสนิท มีนกรีดเสียงเหมือนถูกไฟช็อตทุกครั้งที่ปลายควยกระแทกปากมดลูก เสียวจนน้ำรักสีใสเยิ้มเปียกไปถึงโคนต้นขา หลังจากคืนนั้น ผมรู้สึกผิดต่อแพรวมาก แต่ความต้องการในตัวมีนก็แรงพอๆ กับแรงดึงดูดในก้นบึ้งที่อยากลองสิ่งที่แปลกใหม่ ผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้น ไม่ใช่แค่มีนที่จ้องผมอย่างเอาเรื่อง แพรวก็เริ่มมีพิรุธเช่นกัน ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน เธอจะถามเสมอว่า “พี่มีอะไรจะบอกหนูไหม” แล้วสบตาผมนิ่งรอคำตอบ กลางเดือนต่อมา แพรวไปต่างจังหวัดกับบริษัทสองคืน ผมถือโอกาสชวนมีนมาที่ห้องของตัวเอง เราเย็ดกันตั้งแต่ประตูจนถึงเตียง มีนชอบให้ผมกระแทกแรงๆ จากด้านหลังแล้วดึงผมเธอให้แอ่นคอขึ้นมารับจูบ เธอครางเสียงดังจนแอร์เปิดกลบไม่มิด กลิ่นเหงื่อและน้ำรักคละคลุ้งจนผมหลงระเริง แต่แล้วประตูก็เปิดออก แพรวยืนอยู่ตรงนั้น กระเป๋าใบเล็กข้างเท้า ใบหน้าซีดเผือด น้ำตาขังเต็มสองตา เธอกลับมาเร็วกว่ากำหนดด้วยอาการไม่สบาย แต่ภาพตรงหน้าต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างชัดเจน “พี่เสียวจนไม่รอหนูเลยสินะ” เธอเสียงสั่น มือทั้งสองกำแน่น ผมถอนตัวจากมีนทั้งที่อารมณ์ค้างครึ่งๆ กลางๆ รู้สึกอับอายจนพูดไม่ออก มีนรีบเก็บผ้าใส่ตัวอย่างสง่าแล้วเดินออกไปเงียบๆ โดยไม่พูดสักคำ แพรวทรุดลงกับพื้น เธอร้องไห้เบาๆ เสียงสะอื้นของเธอเหมือนมีดเฉือนหัวใจผมเป็นชิ้นๆ ผมเข้าไปกอดขอโทษ พยายามอธิบายความสับสนของตัวเอง แต่เธอทั้งต่อยทั้งดันด้วยแรงเท่าที่มี “หนูไม่โกรธที่มีน หนูโกรธที่พี่เลือกไม่เป็น” เธอพูดทั้งน้ำตา น้ำเสียงเจ็บปวดทุกอักขระ ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์โดยไม่มีข้อความหรือการพบหน้า กระทั่งคืนหนึ่งมีนมาหาผมที่ร้านซักรีด เธอใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของผมที่ตั้งใจวางไว้หน้าเครื่องซักผ้า เปิดหน้าอกเห็นร่องอกสีน้ำผึ้งชวนมอง เธอจูบผมทันทีและกระซิบว่า “หนูไม่เคยอยากแย่งพี่หรอก แต่ถ้าพี่จะเลือกเขา หนูยอมถอย” ผมได้กลายเป็นตัวละครผู้แพ้ที่ยืนงงอยู่ท่ามกลางความต้องการสองแบบ จนกระทั่งวันถัดมา ผมพบจดหมายสอดไว้ใต้ประตูห้อง เป็นลายมือของแพรว เธอบอกว่าจะย้ายออกปลายเดือน และขอให้ผมคิดให้ดีว่าต้องการอะไรจากชีวิต ไม่ใช่แค่ใครต้องการใคร เช้าวันเสาร์ก่อนออกไปทำงาน ผมตัดสินใจแล้ว ผมไปยืนคอยที่ร้านกาแฟประจำของแพรวตั้งแต่แปดโมงเช้า พอเธอเดินมาในชุดเดรสลายดอกไม้ ผมยาวปล่อยสยาย ใบหน้าอ่อนล้าแต่ยังสวยเกินใคร ผมตรงเข้าไปหาเธอโดยไม่พูดพล่าม “ผมจะเลือกแพรว มานานแล้ว และตลอดไป” ผมพูดเสียงหนักแน่นเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำ แพรวมองหน้าผมนิ่งอยู่หลายวิ ก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาเงียบๆ เธอเดินเข้ามากอดผมแน่น ใบหน้าซบกับอกที่เต้นแรงไม่หยุด “พี่เคยทำหนูเจ็บมาก รู้ไหม” “พี่ขอโทษจากหัวใจ” เราเดินกลับห้องด้วยกัน จับมือกันแน่น ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยมองใครอีกเลย ทุกคืนเรามีกันด้วยความรักที่ชัดเจนมากขึ้น ผมได้รู้ว่าหีของแพรวอร่อยและตอบสนองเร็วกว่าเดิมเมื่อความไว้วางใจกลับคืนมา เธอรักผมหมดหัวใจและแบ่งปันร่างกายอย่างไร้เงื่อนไข ส่วนมีนย้ายออกหลังจากนั้นไม่นาน เธอทิ้งข้อความสั้นๆ ไว้ว่า “ยินดีกับพี่ด้วยนะ” สุดท้ายหลังร้านซักรีดที่สี่แยกไฟแดงกลายเป็นเพียงฉากหลังของเรื่องราวรักสามเส้าที่ผมเกือบทำพังด้วยน้ำมือตัวเอง แต่ผู้หญิงที่ถูกเลือกก็ยังยืนอยู่ข้างกันเสมอ แม้ผมจะเคยทำให้เจ็บปวดเพียงใดก็ตาม