
เสียวซ่อนเงี่ยนกลิ่นดินหลังฝนที่ปากช่อง
เรื่องเสียว เสียวซ่อนเงี่ยนกลิ่นดินหลังฝนที่ปากช่อง
ผมจำได้แม่นว่ามันเป็นช่วงปลายปี อากาศในกรุงเทพฯ เริ่มเย็นลงนิดๆ แต่พอได้ขึ้นรถตู้มุ่งหน้าไปปากช่องเท่านั้นแหละ ลมจากนอกเมืองก็เปลี่ยนไปคนละเรื่อง ผมนั่งริมหน้าต่าง มองทุ่งนาสีน้ำตาลปนเขียวผ่านกระจกเงาๆ ใจก็คิดถึงหน้าของรุ่นพี่คนหนึ่งที่ชวนผมไปงานแต่งญาติที่บ้านเขาย่านนั้น ตอนนั้นผมอายุยี่สิบสี่ ทำงานบริษัทเล็กๆ แถวบางรัก รุ่นพี่ผู้หญิงที่ออฟฟิศชื่อพี่แต้ว อายุมากกว่าผมสี่ปี หน้าตาสวยแบบสาวไทยผิวสองสี ตัวเล็กแต่มีเอวคอดและสะโพกผายผิดกับรูปร่าง เธอชอบใส่กระโปรงทรงดินสอเวลาทำงาน เดินทีเดินก็รู้เลยว่าก้นเด้งแค่ไหน ผมแอบมองเธอเกือบทุกวันแต่ไม่กล้าคิดอะไรจริงจัง จนกระทั่งวันนั้นเธอชวนผมไปต่างจังหวัดด้วยกันสองคน “ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อย น้าสาวแต่งงาน แม่พี่จะงอนถ้าพี่ไปคนเดียว” เธอพูดหน้าตาเฉย แต่สายตาเธอมองปัดมาที่ผมเหมือนหยั่งเชิง ผมตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด กลัวว่าถ้าชักช้าเดี๋ยวเธอเปลี่ยนใจ รถตู้จอดส่งเราที่ตลาดปากช่องตอนบ่ายโมงกว่าแดดกำลังร้อน พี่แต้วใส่เสื้อคอกลมสีขาวพอดีตัว กับกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่า รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาด เธอหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กมาด้วย มองไปเหมือนเด็กสาวมากกว่าพนักงานออฟฟิศ แต่พอมองต่ำลงไปที่ขาเรียวและต้นขาที่ได้รูป ผมก็รู้สึกว่าข้างในกางเกงตัวเองเริ่มไม่ปกติ เรานั่งสามล้อเครื่องเข้าไปยังบ้านน้าของเธอซึ่งอยู่ลึกจากถนนใหญ่หลายกิโล ถนนลูกรังสีแดงตัดผ่านสวนข้าวโพดและไร่องุ่น พอถึงหน้าบ้านก็ได้กลิ่นดินหลังฝนทั้งที่ฟ้าใส เธอบอกว่าเมื่อคืนฝนเพิ่งลง พื้นดินยังชื้นๆ อยู่ บ้านเป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง มีชานกว้างและบันไดไม้ที่ทาสีน้ำตาลใหม่เอี่ยม ญาติๆ ของเธอต้อนรับดีมาก ยายกับน้าผู้หญิงหลายคนยิ้มให้ ส่วนใหญ่พูดถามว่าผมเป็นแฟนพี่แต้วหรือเปล่า เธอรีบปฏิเสธ แต่ก็หัวเราะ อมยิ้มแบบเขินๆ มือเล็กๆ ผลักไหล่ผมเบาๆ เย็นวันนั้นมีงานเลี้ยงเล็กๆ หลังพิธีหมั้นรอบเช้าผ่านไปแล้ว แขกเริ่มกลับบ้าง แต่ญาติสนิทและคนหนุ่มสาวยังอยู่กันครบ โต๊ะจีนวางเรียงใต้ชายคา เปิดไฟนีออนเป็นแถบเหลืองส้ม พี่แต้วนั่งข้างผม เธอเปลี่ยนจากเสื้อสีขาวเป็นเสื้อสายเดี่ยวสีเขียวแก่ เนื้อผ้าบางเบาจนเห็นโครงเสื้อชั้นในเป็นเงาตะคุ่ม คอเสื้อเปิดเผยให้เห็นไหปลาร้าสวยและร่องอกขาวที่เริ่มมีเหงื่อซึมจากอากาศอบอ้าว ผมมองแล้วต้องรีบดื่มน้ำแข็งเพื่อกลบอาการ หลังอาหารเย็น พี่แต้วชวนผมเดินดูดาวที่ริมสวนหลังบ้าน อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นดินกับใบไม้เปียกชื้นลอยมาเป็นระยะ เราเดินไปถึงกองฟางเก่าใต้ต้นมะม่วงใหญ่ เธอหยุดแล้วถอดรองเท้าแตะวางไว้ข้างทาง บอกว่าอยากเดินเท้าเปล่าสักพัก ผมก็ถอดบ้าง รู้สึกถึงดินเย็นที่ฝ่าเท้า และรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ตื้อๆ ในอก ระหว่างที่คุยกันเรื่องงาน เธอหันมามองตาผมตรงๆ แล้วพูดช้าๆ ว่า “ขอบคุณนะที่มากับพี่ พี่ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชายที่ไว้ใจได้แบบนี้” คำพูดธรรมดา แต่ตอนนั้นใจผมเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเองกลืนน้ำลายดังเอื้อย เธอขยับตัวนั่งบนกองฟางโดยให้ผมไปนั่งข้างๆ ไออุ่นจากตัวเธอลอยแตะแขนผมตลอดเวลา ผมเหลือบไปเห็นต้นขาเธอที่ถูกกางเกงยีนส์รั้งจนเห็นเนื้อนูนบริเวณโคนขา มือไม้มันเริ่มอยู่ไม่สุข แต่ยังเก็บอาการได้ ตกดึกญาติจัดที่นอนให้ผมนอนห้องโถงชั้นบน ส่วนพี่แต้วนอนห้องติดกัน มีประตูไม้กั้นบางๆ เสียงเปิดปิดตู้เสื้อผ้าดังแกรกกราว ผมนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาบนฟูกที่ปูใหม่ กลิ่นสาบฟางกับน้ำมันสนลอยมาจากชายคา ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องแข่งกันเป็นทิวแถว ยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็น แต่ตัวผมร้อนขึ้นเรื่อยๆ พอนึกถึงภาพพี่แต้วตอนนั่งบนกองฟาง นึกถึงซอกคอขาวๆ ที่มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ แล้วเงี่ยนจนต้องกำผ้าห่มแน่น ผ่านไปเกือบชั่วโมงมีเสียงเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง ผมลุกไปเปิดช้าๆ พี่แต้วยืนอยู่หน้าห้องในชุดนอนผ้าฝ้ายบางสีครีม เสื้อตัวหลวมแขนกุด กับกางเกงขาสั้นหลวมเพียงตัวเดียว เธอกอดหมอนข้างไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าง่วงๆ แต่แววตาเป็นประกาย “พี่นอนไม่หลับ กลัวบ้านนอกเงียบเกินไป ขอนอนเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม” ผมหลบไปให้เธอเข้ามาโดยไม่ได้พูดอะไร เธอวางหมอนข้างข้างฟูกผมนอนหันหลังให้เบาๆ ผิวกายเรียวบางภายใต้เสื้อบางเฉียบขยับตามจังหวะหายใจ ผมเห็นสันหลังของเธอเป็นแนวนูนผ่านผ้า เห็นก้นกลมที่พาดทับกันตามธรรมชาติ ผ้านวมผืนเดียวคลุมได้แค่ช่วงเอวลงไป ผมได้กลิ่นแป้งกับเหงื่ออ่อนๆ เย้ายวนจนหายใจไม่ทั่วท้อง ความเงียบกับความมือยั่วยุมากกว่าที่คิด นิ้วผมค่อยๆ เอื้อมไปแตะไหล่เธอ มันอุ่นจนแปลกใจ พี่แต้วสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปัดมือผมออก กลับขยับตัวพลิกมานอนหงาย มองตาในความมืดสลัวๆ ที่มีเพียงแสงไฟนอกชานลอดผ่านมุ้งลวดเข้ามาเป็นเส้นๆ “นายอย่าคิดมากนะพี่แค่อยากนอนใกล้ๆ” เธอกระซิบเสียงสั่นเล็กน้อย ผมไม่ตอบ แต่โน้มตัวลงไปใกล้จนปลายจมูกแตะพวงแก้มเนียนๆ เธอเม้มปาก เปลือกตาปรือลงครึ่งหนึ่ง ลมหายใจอุ่นเป่ารดหน้าผม ผมค่อยๆ ใช้ปากแตะมุมปากเธอแผ่วเบา ตอนแรกเธอเหมือนจะขยับหนี แต่เพียงเสี้ยววินาที เธอก็เอียงคอรับจูบนั้นเต็มปาก ลิ้นผมดันแทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่นชื้นทันที เธอร้องครางอู้อี้แล้วตอบรับอย่างหื่นกระหาย กายทั้งสองแนบชิดกันอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งของผมล้วงเข้าไปในชายเสื้อของเธอ สัมผัสผิวเนื้อเอวบางและสีข้างเนียนละเอียด อกผายขยายขึ้นลงถี่ใต้ฝ่ามือ เธอครางเสียงแผ่วแล้วยกสะโพกหนีบกับต้นขาผมอย่างไม่ตั้งใจ ผมดึงเสื้อนอนตัวหลวมของเธอขึ้นจนพ้นศีรษะ เห็นหน้าอกอวบอยู่ในเสื้อชั้นในสีขาวซีดลูกไม้บางๆ เต้าเนื้อแน่นเป็นรูปสวย หัวนมดันเนื้อผ้านูนชัดทั้งสองข้าง ใจเต้นระรัว มีลมหายใจเดียวกัน เงี่ยนจนทรมาน ผมก้มลงซุกหน้าเข้ากับซอกคอพี่แต้ว เลียและดูดผิวเค็มๆ ปร่าเล็กน้อย เธอผวากอดคอผมแน่น เล็บจิกแผ่นหลังผ่านเสื้อยืดของผม “เบาๆ นะ…เดี๋ยวคนได้ยิน” เธอกระซิบหอบ แต่มือเธอกลับปลดกระดุมกางเกงนอนของตัวเองแทรกเข้าไปในร่องขาหนีบตัวเองอย่างเชื่องช้า ผมเห็นท่าทางนั้นแล้วอยากถกขาสวยออกจากกันทันที หลังจากเสื้อผ้าหลุดลุ่ยมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเหลือเพียงกางเกงในสีขาวตัวจิ๋วที่เปียกชุ่มอยู่กลางตัว ผมแทรกมือเข้าไปตรงเป้ากางเกงในอย่างอดใจไม่ไหว นิ้วแตะกลีบเนื้อที่ตุ่นอุ่น น้ำหล่อลื่นซึมออกมาเหนียวหนึบ พี่แต้วสะอื้นในลำคอแล้วโก่งเอวรับนิ้วที่ผมค่อยๆ ไถเข้าออกช้าๆ ภายในร่องหีของเธอ มันฟิตและร้อนมากจนนิ้วเดียวก็รู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อภายในรัดรัว “พี่เสียว…ธันย์…พี่เสียว” เธอเรียกชื่อผมเสียงพร่า ผมอึดไปชั่วขณะแล้วดึงนิ้วออก ก้มลงมองหญิงสาวใต้ร่าง อกผายขึ้นลง ร่องเนื้ออ้าค้างเป็นสีชมพูระเรื่อท่ามกลางขนหมอนสีครีมบางเบา เธอจ้องตาผมอย่างอับอาย แต่มือเธอก็รั้งเอวผมเข้าไปใกล้ขึ้นอีก “เอาเลย…พี่อยากให้หนูทำ” เธอพูดเสียงแผ่ว ผมปลดกางเกงนอนตัวเองออกช้าๆ ลำควยของผมแข็งจนเจ็บ แท่งเนื้อสีหม่นยาวเกร็งตั้งชี้ขึ้นรับกับอากาศเย็นยามดึก พี่แต้วมองแล้วกัดริมฝีปาก เหมือนจะอาย แต่ตากลับจับจ้องที่หัวบานนั้นไม่วาง ผมโน้มทาบทับตัวเธอ ท่อนขาแกร่งดันเข้าคั่นกลางหว่างขาเนียน แล้วจับเอวบางให้มั่นก่อนจะออกแรงดันปลายหัวเข้าไปสัมผัสปากหีที่บวมฉ่ำ น้ำเงี่ยนเธอหลั่งออกมาเปียกชุ่มจนผมไม่ต้องถูไถให้มาก ใช้แค่จังหวะเดียวก็ดันเข้าไปสุดโคน พี่แต้วครางเสียงสูงสั้นๆ อย่างตกใจ มือทั้งสองตะปบไหล่ผมไว้แน่น น้ำตาเธอซึมเล็กน้อยที่หางตาแต่ไม่ได้ร้องให้หยุด กลับดิ้นเอวรับท่อนเนื้อใหญ่ยาวที่อัดแน่นอยู่ข้างใน ถี่ขึ้นๆ แรงขึ้นจนฟูกสบัดไปมา ผมเย็ดเธออย่างต่อเนื่อง อยากฝังอารมณ์ที่อัดแน่นทั้งคืนลงในเนื้อในกายเธอให้หมด “โอ๊ย…เสียว…เสียวมาก…ตรงนี้” เธอร้องกระเส่าเมื่อผมเปลี่ยนมุมกระแทกให้หัวควยครูดกับผนังหีด้านบน ผงกหัวพร้อมกระแทกสะโพกเป็นจังหวะเนิบช้าแต่ลึก ย้ำทุกครั้งจนเห็นหน้าท้องแบนราบกระตุกทุกจังหวะ เธอมีทีท่าเหมือนจะหมดแรง ใบหน้าหันไปข้างๆ แต่ปากยังเผยอ ริมฝีปากล่างแดงช้ำเพราะถูกฟันตัวเองกดไว้นาน ผมโน้มลงไปดูดหัวนมสวย ทั้งเต้าซ้ายขวา หมุนซ้ำจนหัวนมแข็งเป็นไตเล็กๆ เธอดิ้นพล่านจนเกือบดิ้นหลุดจากท่า “ธันย์…พี่ใกล้แล้ว…” เธอครางเสียงสั่น ผมเร่งจังหวะเย็ดแรงขึ้น มือหนึ่งจับก้นเธอให้แนบชิดกับเป้า ฟังเสียงเนื้อกระทบดังเผียะๆ ผสมกับเสียงหายใจหอบถี่ เธอเกร็งขาพาดกับสะโพกผมและปล่อยเสียงครางยาวออกมาแบบกลั้นไม่อยู่ ร่างเล็กๆ ชักกระตุก แล้วความรู้สึกบีบรัดภายในหีก็ถ่ายทอดมาถึงลำควยอย่างชัดเจน ผมกลั้นไม่ทันเมื่อกล้ามเนื้อภายในอวัยวะของเธอบีบคลึงหัวควยเป็นลูกคลื่น “พี่จะแตกข้างในนะ” ผมกระซิบ เธอส่ายหน้าเล็กน้อยแต่ขาเธอกลับรัดเอวผมไว้แน่นขึ้นแทนการผลักออก “เสร็จพร้อมกันเลย…” เธอพูดแทบไม่เป็นภาษา ผมกระแทกสุดตัวอีกสี่ห้าครั้งก็รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่วิ่งจากไข่สันหลังลงไปที่หัวควย แล้วพวยพุ่งออกเป็นระลอกๆ ลึกเข้าไปในท้องน้อยของเธอ พี่แต้วสะอื้นครางพร่า เนื้อตัวสั่นระริก น้ำหีขุ่นๆ ไหลย้อนออกมาเปื้อนโคนควยและต้นขาด้านในของเธอเลอะไปหมด เรานอนพักหายใจหอบด้วยกันอยู่ครู่ใหญ่ พี่แต้วไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มน้อยๆ อย่างเหนื่อยอาย แล้วขยับตัวมานอนหนุนแขนผมเอาหน้าแนบอก เธอยังตัวเปลือยอยู่ ผิวเนื้ออุ่นจนแทบไม่ต้องห่มผ้า ผมลูบหลังและก้นงอนของเธอเบาๆ ปล่อยให้ความรู้สึกวูบวาบค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งฟ้าเริ่มสว่างมีแสงสีเทาเจือจางผ่านเข้ามาในห้อง พี่แต้วลุกไปเข้าห้องน้ำส่วนตัวเงียบๆ นานพอสมควร พอกลับมาเธอก็เปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อย พร้อมกับสะกิดบอกให้ผมตื่นก่อนญาติคนอื่นจะตื่น สายวันนั้นเราพากันไปเดินตลาดนัดหน้าวัดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พี่แต้วให้ผมจับมือเธอตอนข้ามถนน แล้วก็มองหน้ากันหัวเราะแบบเขินๆ ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ ผมนั่งข้างเธอเหมือนเดิม กลิ่นกายผสมแป้งน้ำและเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้ามาพร้อมกับสายลมจากหน้าต่างที่แง้มไว้ เธอเอียงหัวพิงไหล่ผมเบาๆ แล้วพูดเสียงอ่อยๆ ว่า “ถ้าพี่ชวนไปงานแต่งญาติที่อื่นอีก…จะเอาไหม” ผมหัวเราะแล้วตอบว่าไปได้ทุกที่ ขอแค่มีที่ให้ซ่อนตอนกลางคืนก็พอ เธอหยิกเอวผมทีหนึ่ง แต่ก็ยิ้มกว้างจนตาหยี แล้วหลับตาลงด้วยใบหน้าอิ่มเอม พิงไหล่ผมอยู่อย่างนั้นจนถึงหมอชิต